Category อาหารเพื่อสุขภาพ

ดูแลร่างกายด้วยการ ทานไข่วันละฟอง

ทำไมต้องทานไข่วันละฟอง ?
เพราะไข่ไก่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ สารอาหารต่างๆ ที่ช่วยทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงขึ้น ลดการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคหัวใจ และคอลเรสเตอรอล อย่างไรก็ตามวันนี้ เราลองมาดูกันหน่อยว่า ไข่ นั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง

1. เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกาย เพราะในไข่มีโปรตีนในปริมาณที่สูง ที่ทุกคนทราบกันดี คือ โปรตีนมีส่วนช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ ในผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อโดยเฉพาะผู้ที่กำลังเพาะกล้าม จึงนิยมทานกัน อีกทั้งโปรตีนยังช่วยรักษากล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ยืดหยุ่น และทนทาน

2. ทำให้กระดูกแข็งแรง เป็นที่เข้าใจกันว่าแคลเซียมนั้นมีส่วนช่วยในสร้างกระดูก แต่วิตามินดีก็มีส่วนช่วยในการรักษากระดูกเช่นกัน ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินขึ้นมาเองได้ อีกทั้งในธรรมชาติของอาหาร ก็ไม่มีวิตามินดีมากนัก แต่ไข่ที่เราทานกันนี่แหละเป็นหนึ่งสิ่งที่มีวิตามินดีอยู่

3. โคลีนเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพของสมอง โคลีนในไข่มีส่วนช่วยในการพัฒนาสมอง หากในผู้ที่ตั้งครรภ์อยู่รับประทานไข่ สารโคลีนที่อยู่ในไข่ก็จะมีส่วนช่วยในการสร้างสมองตั้งแต่เราอยู่ในท้องของมารดา ไปจนแก่ชรา การกินไข่วันละฟอง จะสามารถช่วยให้มีความทรงจำที่ดีขึ้นได้

4. ช่วยเสริมสร้างสมดุลให้กับร่างกาย ไข่ปรับสมดุลสารอาหารที่ร่างกายได้รับ เพราะไข่ไก่สามารถช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลที่ไม่ดี เช่น LDL ที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และไข่ยังมีคอลเรสเตอรอลที่ดี ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ปกป้องหัวใจ มีวิตามินที่ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับสายตา ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ป้องกันมะเร็งบางชนิด อีกทั้งในหมู่คนลดน้ำหนักจะนิยมทาน เพราะช่วยลดน้ำหนัก และทำให้ร่างกายแข็งแรง และมีพัฒนาการที่ดี

5. เป็นอาหารที่กินแล้วอิ่มท้อง ทำให้ไม่ต้องกินอาหารเกินความจำเป็นของร่างกาย ร่างกายจึงได้รับแคลลอรี่ส่วนเกินลดลง

6. ทำให้ดูเด็กลง ในไข่มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น วิตามินเอ ลูทีน และซีแซมทีน เมื่อวิตามินเอในไข่ ทำงานร่วมกับลูทีน และซีแซมทีนแล้ว จะสามารถช่วยป้องกันการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อได้ รวมถึงป้องกันการเกิดต้อกระจกด้วย

แนะนำเลยว่า นอกจากไข่ไก่จะเป็นอาหารที่ดีต่อทุกวัยแล้ว ในผู้สูงอายุก็แนะนำให้รับประทานไข่ไก่วันละ 1 ฟองเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อกินสลัด

เมื่อพูดถึงอาหารสุขภาพ สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นเมนู สลัด เพราะหาซื้อได้ง่าย จะทำเองก็ไม่ยาก สามารถเลือกใช้วัตถุดิบได้หลากหลายตามความชอบของแต่ละคน สลัดจึงกลายเป็นเมนูที่คนรักสุขภาพ โดยเฉพาะคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักเลือกกิน แต่บางคนแม้จะกินสลัดแทบทุกมื้อ น้ำหนักก็ยังไม่ลดลง นั่นเพราะคุณมองข้ามสิ่งสำคัญอย่างส่วนประกอบในสลัดของคุณไป ฉะนั้น หากอยากกินสลัดให้ได้ประโยชน์ ดีต่อสุขภาพจริง ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้เสีย

1. กินโปรตีนมากหรือน้อยเกินไป
โปรตีนเป็นสารอาหารที่คุณไม่ควรมองข้ามเมื่อกินสลัด เพราะนอกจากจะช่วยให้อิ่มท้องนานขึ้น ยังมีประโยชน์อีกมากมาย เช่น ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระตุ้นการเผาผลาญ บำรุงผิวและผม แต่หากกินโปรตีนมากหรือน้อยเกินไปก็อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ กินน้อยเกินไปอาจทำให้ร่างกายสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ปวดข้อ มีภาวะความดันต่ำ กินมากไปอาจทำให้มีภาวะขาดน้ำ คลื่นไส้ ปวดศีรษะ ท้องเสีย เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็ง เป็นต้น

2. กินผักไม่หลากหลาย
ผักสลัดยอดนิยมอย่างผักกาดแก้ว (iceberg lettuce) มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก แต่มีสารอาหารอื่นน้อยมาก เมื่อเทียบกับผักใบเขียวเข้ม เช่น ปวยเล้ง เคล หรือผักกาดชนิดอื่นๆ อย่าง ผักกาดโรเมน ผักกาดหอม ผักกาดหอมใบแดง ผักกาดหอมบัตเตอร์เฮด ที่อุดมไปด้วย โฟเลต วิตามินเอ วิตามิน เค และไฟโตนิวเทรียนท์ สลัดที่ดีจึงควรใส่ผักให้หลากหลายชนิด เพราะการกินผักชนิดเดียว หรือสีเดียว อาจทำให้คุณได้สารอาหารไม่ครบถ้วน หรือได้รับสารอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป ทั้งยังมีผลการศึกษาที่ระบุว่าผู้ที่กินผักหลากหลายกว่ามีความเสี่ยงเกิดโรคมะเร็งปอดน้อยกว่าด้วย

3. ใส่ขนมปังกรอบจนพูนจาน
อีกหนึ่งส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้บนจานสลัดของใครหลายคนก็คือ ขนมปังกรอบ ของอร่อยที่ทำลายสุขภาพ เพราะอุดมไปด้วยไขมัน คาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสี แถมยังมีแคลอรีสูง ขนมปังกรอบ 5 ชิ้น ให้พลังงานประมาณ 30 กิโลแคลอรี และหากเป็นขนมปังกรอบเคลือบชีส หรือเนย อาจให้พลังงานมากกว่านี้ถึง 2 เท่าเลยทีเดียว หากอยากได้ความกรุบกรอบ ควรเปลี่ยนมาเติมถั่วหรือธัญพืชแทน เช่น วอลนัต ถั่วเหลืองคั่วกรอบ เพราะอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ดีต่อหัวใจและระบบประสาท รวมถึงไฟเบอร์ที่ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหารอีกด้วย

4. เติมชีสใน สลัด มากไป
ชีสอุดมไปด้วยแคลเซียมและโปรตีน แต่ก็มีโซเดียม ไขมันอิ่มตัว และแคลอรีสูง การกินแต่ละครั้งจึงไม่ควรเกิน 1-1.5 ออนซ์ (ประมาณ 28-43 กรัม) หรือประมาณลูกเต๋า 2 ลูก และควรเลือกเป็นชีสแบบแข็ง เช่น พาร์มีซานชีส ชีสไขมันต่ำ หรือชีสมังสวิรัติที่ทำด้วยข้าว หรือถั่วเหลืองแทนก็ได้

5. เลือกน้ำสลัดผิดประเภท หรือราดน้ำสลัดจนชุ่ม
น้ำสลัดส่วนใหญ่ที่ขายอยู่ในท้องตลาด มักมีไขมันและแคลอรีสูง น้ำสลัดแบบครีมเพียง 2 ช้อนโต๊ะให้พลังงานถึง 100-200 กิโลแคลอรี หากใครราดน้ำสลัดจนชุ่มก็ยิ่งทำให้ปริมาณมาณพุ่งสูงขึ้นไปอีก เวลากินสลัดคุณควรเลือกน้ำสลัดสูตรไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย หรือเพิ่มรสชาติด้วยการเหยาะน้ำส้มสายชูจากน้ำองุ่น (balsamic vinegar) หรือบีบน้ำมะนาวแทน หากใครกินสลัดที่ร้านอาหารก็อย่าลืมบอกพนักงานให้แยกน้ำสลัดมาต่างหาก

6. ชอบโรยลูกเกด หรือผลไม้อบแห้ง
ผลไม้อบแห้ง เช่น ลูกเกด แครนเบอรี่อบแห้ง ได้ชื่อว่าเป็น “ลูกกวาดธรรมชาติ” เพราะถึงแม้จะปราศจากไขมัน แต่ก็เต็มไปด้วยน้ำตาล ลูกเกดปริมาณ ¼ ถ้วย (ประมาณ 40 กรัม) ให้พลังงาน 130 กิโลแคลอรี และมีน้ำตาลถึง 29 กรัมเลยทีเดียว หากคุณอยากเพิ่มรสเปรี้ยวๆ หวานๆ จากผลไม้ในสลัด อาจเลือกใส่ผลไม้สด เช่น สตรอว์เบอรี่ บลูเบอรี่ แอปเปิลแทนก็ได้