Category สุขภาพ

อาการปวดท้องเตือนโรค 

อาการภายในช่องท้องไม่จะเป็นอาการปวดท้องกระเพราะอาหาร ตับ  ลำไส้เล็กหรือใหญ่ก็ล้วนทำให้เรานั้นต้องปวดท้องอาการปวดท้องถ้าเราปล่อยไว้ไม่ดีแน่ดังนั้นเราต้องดูว่าอาการของเราว่าปวดท้องในรูปแบบไหน อย่านิ่งนอนใจถ้าเราเป็นเยอะเราจะได้รักษาได้ทันเวลา

นิ่วในถุงน้ำดี  โดยปรกติแล้วคนที่มีอาการเป็นนิ่วนั้นต้องอาการปวดท้องร้าวไปถึงหลัง จะมีอาการคือ ท้องอืด แน่นท้อง เหมือนเป็นกรดในกระเพาะอาหาร  บางที่เราคิดแค่ว่าเราเป็นกรดไหลย้อนแค่เราซื้อยา ลดกรดขับลม  มากินเดียวก็หายแต่หารู้ไม่ ว่าถ้าเราปล่อยทิ้งเอาไว้นานเราอาจจะเป็นนิ่วในถุงน้ำดีที่รุ่นแรงได้  บางทีคนเป็นอาจจะมีอาการจุกแน่น ไม่อยากขยับตัวเพราะว่าอาการปวดยิ่งขยับยิ่งเจ็บแถวใต้ซี่โครง  แล้วถ้ายิ่งมีอาการเป็นหนองในถุงน้ำดีอีก อาการก็จะหนักขึ้นอีกก็จะกลายเป็นโรคแทรกซ้อนเข้าไปอีก อาจจะเป็นติดเชื้อในกระแสเลือดอีก จึงต้องทำให้มีอาการผ่าตัดเร่งด่วน  แต่ถ้าเรา  ก้อนนิ่วนั้นเกิดเป็นก้อนใหญ่แล้วยังอาจจะเป็นมะเร็งในถุงน้ำดีอีก  เราควรต้องรีบหาหมอโดยด่วน 

ไส้ติ่ง เกิดจากอาการท่ออุดตันของเศษอาหารจึง ทำให้ท่อน้ำเหลืองนั้นอักเสบและติดเชื้อ ของลำไส้ คนที่เป็นอาการไส้ติ่ง  นั้นจะมีอาการปวดท้อง ร้างไปถึงข้างหลัง ปวดไปถึงลิ้นปี่ แล้วไม่อยากขยับตัว ทำอะไร ขยับทีก็เจ็บที หรืออาจจะมีไข้ ดังนั้นคนที่มีอาการนี้ ควรได้รับการรักษา เพราะอาการไส้ติ่งนั้นไม่สามารถหายเองได้ ถ้าเราปล่อยเอาไว้อาจจะ ทำให้ไส้ติ่งนั้นแตก เป็นอันตรายอย่างมาก เราควรรีบไปหาหมอ 

กรดไหลย้อน  นั้นจะมีอาการ เรอเปรี้ยว ปวดแสบปวดท้อง ส่วนมากคนที่เป็นจะชอบกินชา กาแฟ  สูบบุหรี่จัด ชอบเคียวหมากฝรั่ง เพราะเป็นการเรียกน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร แต่ถ้าเป็นกรดไหลย้อนแล้ว วิธีที่ดูแลตัวเอง คือ เวลาทานเช้าเสร็จไม่ควรรีบนอน เพราะจะทำให้กรดไหลย้อน   ไม่เคียวหมากฝรั่ง ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วกินยาตามที่หมอสั่ง แต่ถ้าอาการนั้นยังไม่ดีขึ้น เราควรไปพบหมอ 

แผลในกระเพราะ เราจะพบได้ทุกคนทั่วไปไม่จะเป็นเด็กหรือคนโต  แผลในกระเพราะอาหารนั้นเกิดจากที่เรานั้นทานเผ็ดจัด  กินอาหารไม่ตรงต่อเวลา  กินกาแฟ แล้วก็เครียด อาการเหล่านี้ก็อาจจะทำให้เกิดแผลในกระเพราะอาหารได้ 

วิธีที่จะช่วยลดอาการแผลในกระเพราะอาหาร เราควรกินข้าวให้ตรงต่อเวลา งดการกินจำพวกเครื่องดื่นที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ เครื่องแอลกอฮอล์  และอาหารรสจัด และลดความเครียด 

 

 

สนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

วิตามินBlackmores

วิตามินต่างๆนั้นเราสามารถรับวิตามินได้จากการรับประทานอาหารประเภทต่างๆ เพราะอาหารที่เราบิโภคในชีวิตประวันจำนั้นจะมีสารอาหารที่ให้วิตามินต่างๆกันออกไป แต่การรับประทานวิตามินนั้นร่างกายก็จะต้องการให้ปริมาณที่เพียงพอแต่หากไม่สามารถรับประทานอาหารที่มีวิตามินเพียงพอต่อร่างกาย ก็สามารถที่จะรับประทานวิตามินอดเม็ดเพื่อเสริมวิตามินที่เรารับประทานอาหารไม่เพียงพอได้

ผลิตภัณฑ์วิตามินภายใต้แบรนด์Blackmores นั้นถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจากกรมอาหารและยาเรียบร้อยแล้วสามารถหาซื้อรับประทานได้ง่ายทั้งร้านขายยาและห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปได้ และวิตามินที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันและอาจจะมีการรับประทานอาหารที่มีวิตามินชนิดต่างๆไม่เพียงพอก็สามารถรับประทานผลิตภัณฑ์ช่วยเสริมได้ 

Blackmores Lutein vis จะมีลักษณะเป็นกระปุกสีฟ้าและในหนึ่งกระปุกนั้นจะประกอบไปด้วยวิตามิน60แคปซูล ตัวลูทีนนั้นจะช่วยในเรื่องการบำรุงสายตาและมีประโยชน์ตาตามาก และใช้สารสกัดจากดอกดาวเรืองและมีซีรีเนียมช่วยในการบำรุงอีกด้วย เพราะลูทีนนั้นจะเป็นสิ่งที่อยู่ตรงจอประสาทตาหรือเรียกว่าเม็ดสีของจอประสาทตานั่นเอง จะทำหน้าที่ในการกรองแสงต่างๆที่จะเข้ามาสู่ดวงตา และสำหรับคนที่ต้องใช้สายตาในแต่ละวันเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรืออื่นๆที่มีการใช้สวยตา เจ้าลูทีนตัวนี้ก็เหมาะสำหรับคนที่ใช้สายตาอย่างมากเลยทีเดียวเพราะจะไปช่วยในการบำรุงและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอความเหนื่อยล้าดวงตาจากการใช้ดวงตามากๆได้ และการรับประทานวิตามินประเภทนี้นั้นจะต้องมีการรับประทานอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย2สัปดาห์ก็จะทำให้เห็นผลว่าความเหนื่อยล้าจากตาลดลงได้ 

Blackmores Vitamin C ซึ่งเป็นวิตามินซีขนาด500มิลลิกรัมและเป็นชนิด Buffered ด้วย ข้อดีของวิตามินตัวนี้นั้นคือ วิตามินจะค่อยๆปลดปล่อยวิตามินออกมาทำให้ร่างกายของเรานั้นค่อยๆดูดซึมทำให้ร่างกายได้รับวิตามินเต็มๆนั่นเองเพราะตัวที่เป็นBufferedนั้นจะออกฤทธิ์นานถึง8ชม.เลย การทานวิตามินซีนั้นเพื่อช่วยบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใสและยังสามารถช่วยลดรอยดำรองแดงจากสิวได้ด้วยและวิตามินซีนั้นเป็นสารตั้งต้นของคอลลาเจนและสร้างความยืดหยุ่นให้กับผิวและยังช่วยในเร่องอาการภูมิแพ้ต่างๆได้ดีด้วย

Blackmores Lecithin1200เป็นวิตามินที่มีสารสกัดมาจากถั่วเหลือง วิตามินตัวนี้นั้นจะเป็นวิตามินไขมันฟอสไลปิด ซึ่งเป็นไขมันที่มีความจำเป็นต่อทุกเซลล์ในร่างกายเปรียบเสมอนเยื่อหุ้มเซลล์และจะคอยทำหน้าที่ในการควบคุมการเข้าออกของสารอาหาร และยังเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเยื่อหุ้มสมองอีกด้วย กล้ามเนื้อ และยังให้วิตามินโคคีนอีกด้วยซึ่งเป็นสารตั้งต้นของการสร้างสื่อประสาทให้กับสมองนั่นเองและสำหรับใครที่มองหาวิตามินบำรุงสมองตัวนี้ถือว่าเหมาะมากๆ

 

สนับสนุนโดย  v9bet

หลับง่าย หลับนานและไม่ตื่นกลางดึก

เชื่อว่าคนเราในปัจจุบันนั้นเผชิญกับอาการเหล่านี้จำนวนไม่น้อยนัก คืออาการที่เป็นปัญหาสำหรับใครหลายๆคน การนอนไม่หลับ นอนได้นอนสะดุ้งตื่นกลางดึก ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ก็อาจจะเกิดมาจากการทำงาน ความเครียด เกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น การที่มีการรับประทานอาหารในปริมาณที่อิ่มมากเกินไป การที่จิตใจและความคิดเรานั้นมีเรื่องที่ต้องกังวล ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับหลับไม่เต็มอิ่มได้นั่นเอง

ดังนั้นการที่นอนไม่หลับหรือมีอาการนอนไม่เต็มอิ่มหรือสะดุ้งตื่นในกลางดึกนั้นก็มีเทคนิคที่จะสามารถช่วยทำให้หลับได้ง่ายขึ้นนอนได้เต็มอิ่มและไม่สะดุ้งตื่นในกลางดึกก็คือ การกำหนดเวลาในการเข้านอน ซึ่งพบว่าในสมองของคนเรานั้นมีนาฬิกาซ่องอยู่จะเป็นนาฬิกาที่ช่วยในการกำหนดเวลาการนอนการตื่นหรือการทำงานทำกิจกรรมต่างๆของเรา ซึ่งสมองในส่วนที่เป็นนาฬิกาของเรานั้นถูกควบคุมด้วยสารตัวหนึ่งที่ชื่อว่าเมลาโทนิน ถ้าหากเรานอนไม่ตรงเวลานั้น นาฬิกาสมองของเรานั้นก็จะเกิดความงงว่าเรานั้นจะนอนเวลาไหนกันนั่นเอง ดังนั้นการกำหนดเวลาในการเข้านอน

ตื่นนอนของทุกๆวันและเมื่อตื่นนอนก่อนไปทำงานเราก็ควรที่จะออกกำลังกายด้วยเพื่อให้ร่างกายรู้สึกมีความแอคทีฟพร้อมที่จะไปทำงานหรือกิจกรรมอื่นๆต่อได้นั่นเอง ดังนั้นการกำหนดเวลาในการนอนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากเพราะเมื่อมีการนอนอย่างตรงเวลาก็จะเป็นเวลาที่สมองสั่งให้ร่างกายได้พักผ่อนนั่นเอง

การปิดไฟก่อนนอนเป็นเวลา1ชั่วโมง ปิดไฟคือการปิดไฟดวงใหญ่หรือไฟที่อยู่กลางห้องหรือที่อยู่รอบๆห้องแล้วเปิดไฟดวงเล็กหรือไฟบนหัวเตียงแทน เพราะไฟหัวเตียงนั้นจะทำให้บรรยากาศห้องดูสลัวและทำให้เคลิ้มและหลับง่ายขึ้นนั่นเองแต่ถ้าหากยังไม่ง่วงก็สามรถอ่านหนังสือแต่การอ่านหนังสืออาจจะต้องระวังในเรื่องสายตาด้วยเพราไฟหัวเตียงอาจจะมีความสว่างที่ไม่เพียงพอและหนังสือที่อ่านควรเป็นหนังสื่อที่ทำให้สมองได้รู้สึกผ่อนคลายด้วย ไม่ควรอ่านพวกหนังสือการ์ตูนหรือฟังเพลงก่อนนอนก็จะช่วยให้สามารถหลับได้ง่ายและเป็นการผ่อนคลายสมองด้วย

และเมื่ออ่านหนังสือจนเริ่มง่วงก็สามารถที่จะปิดไฟและนอนและการฝึกหายใจ เข้า4 วินานที ค้างไว้ 7 วินาที และหายใจออกทางปากอีก 8 วินาที  ก็จะสามารถช่วยให้เราหลับได้ง่ายและนานขึ้นด้วย และสิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างคือการไม่เล่นมือถือเพราะการที่แสงไฟจากมือถือไปกระทบที่ตานั้นและตาสมองไปยังสมอง ก็จะทำให้สารที่ชื่อว่าเมลาโทนินนั้นไม่เกิดการหลั่งทำให้เมื่อเล่นเมื่อถือนั้นก็จะทำให้ไม่เกิดอาการง่วงหรือหลับยาก เพราะสมองยังเกิดการตื่นตัวอยู่นั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  alpha88

เมื่อมีอาการปวดหัว

อาการปวดหัวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกๆวัน และกับคนทุกเพศทุกวัยแต่สาเหตุในการปวดหัวนั้นก็จะแต่งต่างกันไปตามแต่ละบุคคลนั่นเอง เพราะอาการปวดหัวสามารถปวดหัวได้จากหลากหลายสาเหตุซึ่งแต่ละสาเหตุนั้นก็จะมีอาการและลักษณะการปวดที่แตกต่างกันไป 

ซึ่งอาการปวดนั้นก็จะถูกแบ่งเป็นสามประเภทหลักๆตามทางการแพทย์ คืออาการปวดหัวแบบปฐมภูมิรายละเอียดในการปวดหัวแบบนี้นั้นเป็นอาการปวดหัวโยทั่วไปที่พบได้ในชีวิตประจำวัน การปวดหัวลักษณะนี้จะเกิดจากอาการเครียดในเรื่องต่างๆ ความเครียดจากการทำงาน การนอนพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ หรือปวดหัวจากท่าทางการนั่งที่ไม่ถูกต้อง ที่พบทั่วไปตามคนที่ทานในออฟฟิศที่รู้จักกันในออฟฟิศซินโดรมนั่นเอง 

อาการปวดหัวที่มีการผิดปกติทางสมอง โดยจะมีสัญญาณเตือนจะมีลักษณะอาการที่แสดงออกมาคือการมีอาการปวดหัวร่วมกับความผิดปกติอย่างอื่นด้วยเช่น การมีอาการคลื่นไส้อาเจียนอาการนี้เป็นอาการเริ่มต้นและมีอาการอ่อนแรงครึ่งซีก อาการปากเบี้ยว พูดไม่ชัด การเห็นภาพซ้อนและอาจจะมีอาการชักและไข้สูงร่วมด้วย ส่วนมากจะเกิดขึ้นในคนมีอาการในอายุที่เกิน50ปีนั้นที่มีอาการปวดศีรษะครั้งแรกหรือคนที่มีอาการปวดศีรษะมาอยู่แล้วแต่อาการปวดหัวนั้นเปลี่ยนแปลงไปหรือมีอาการปวดหัวแล้วกินยาเท่าไหร่ก็ไม่หายไปถือว่าเป็นอาการปวดหัวที่มีความผิดปกติทางสมองนั่นเอง

อาการปวดหัวที่เกิดจากเส้นประสาทใบหน้าเกิดความผิดปกติ อาการจะมีลักษณะปวดหัวและมีอาการปวดใบหน้าร่วมด้วย โดยอาการเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นขณะเคี้ยวข้าว การอ้าปากกว้างหรือขณะพูด เป็นต้น 

อาการปวดหัวต่างๆนั้นจะนำมาซึ่งอาการปวดหัวเรื้อรังหากไม่ได้รับการรักษาที่รวดเร็วและถูกต้องและและจะสังเกตอย่างไรว่าเรานั้นกำลังมีอาการปวดหัวเรื้อรังหรือไม่ การใช้ระยะเวลาเป็นตัวกำหนดอาการปวดหัวเห่านี้ คือจะต้องมีอาการปวดหัวมากกว่า15ครั้งต่อเดือน โดยอาการปวดหัวนั้นเกิดขึ้นในทุกวันหรือการปวดเป็นประจำ การรักษาด้วยยาหรือการกินยาแก้ปวดหัวแล้วยังไม่หาย ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกิดจากความผิดปกติที่ซ่อนอยู่หรือไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและแก้ไขเรื่องของสิ่งแวดล้อมต่างๆได้ก็มีส่วนเกี่ยวข้องในอาการปวดหัวเหล่านี้นั่นเอง

อาการปวดหัสเรื้อรังที่แวดเฉยๆไม่ได้เป็นอะไรเพียงแต่มีปัจจัยเสี่ยงหรือปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการปวดหัวอย่างต่อเนื่อง เช่นความเครียดที่เกิดตลอดเวลา จากการทำงานหรือจากการใช้ชีวิตประจำวัน การนอนหลับที่ไม่เพียงพอ การนอนหลับๆตื่นๆ  การขาดการออกกำลังกานก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดอาการปวดหัวเรื้อรังได้เช่นกัน  ดังนั้นหากเมื่อพบอาการปวดหัวและทานยาไม่หายควรจะเข้าพบแพทย์อย่างเร็วที่สุดเพราะอาจจะทำให้ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัดนั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

กลากน้ำนมดูแลได้ง่ายอย่างมาก

กลางน้ำนมที่ขึ้นตามตัวของลูกน้อยเรานั้นที่หลายคนคิดว่าคือการน้ำนมแม่นั้นหยดลงที่ผิวลูกน้อยแล้วกลายเป็นกลากน้ำนมแต่จริงแล้วมันไม่ใช่เป็นการที่ลูกน้อยเรานั้นนั้นเปลี่ยนเซลชั้นสีหรือว่าเรานั้นได้พาลูกน้อยเรานั้นตาแดกตาลมนั่นเอง การที่ลูกน้อยเรานั้นเป็นคือสีนั้นจะเป็นคลายๆกับน้ำนมแม่แล้วจะเป็นขุยขาวๆ หรือว่าจะเป็นจุดแดงๆ

แต่เรานั้นจะบอกว่าไม่มีระยะว่าต้องขนาดไหนที่ใหญ่และพอแค่นี้ซึ่งเรานั้นไม่สามารถที่จะตอบได้ เพราะว่าผิวหนังแต่ละคนนั้นไม่เหมือนบางคนก็ขึ้นตามลำคอหรือบริเวณผิวหน้า บางคนนั้นก็ขึ้นตามแขนขา แล้วแต่ ซึ่งถ้าเรานั้นไปหาหมอนั้นหมอจะสั่งยาให้ทาแบบที่ฤทธิ์อ่อนที่สุดซึ่งเรานั้นไม่สามารถที่จะไปหาซื้อเอง 

กลากน้ำนมนั้นเกิดจากเป็นโรคที่เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีของชั้นสีนั้นทำงานผิดปกติทำให้ไม่สามารถที่สร้างเซลล์สีเดียวกับสีผิวได้จึงกลายเป็นสีจางลงเป็นขาวคลายๆกับหมดน้ำนมนั่นเองกลากน้ำนมนั้นเป็นได้ตั้งแต่เด็กทารกจนถึงเด็กวัยรุ่นเลย    สาเหตุที่เป็นนั้นเกิดจากเม็ดสีนั้นผิดปกติหรือว่าเรานั้นพาลูกน้อยเรานั้นตากแดดตากลมจนมากเกินไปวิธีในการที่เรานั้นต้องดูแลเพื่อที่ไม่ให้ลูกน้อยเรานั้นเป็นอีกก็คือการที่เรานั้นใช้สบู่ที่ที่อ่อนโยนต่อลูกลูกน้อยทาเพื่อที่จะได้รักษาให้ผิวบริเวณนั้นหาย

เมื่อเรานั้นอาบน้ำลูกน้อยนั้นเราต้องใช้สบู่ที่อ่อนโยนต่อลูกน้อยและจากนั้นเราต้องล้างน้ำให้สะอาดจากนั้นเราใช้ผ้าเช็ดให้แห้งพอจากนั้นเราใช้ครีมทาผิวที่ใช้สำหรับเด็กน้อยนั้นทาก่อนออกนอกบ้านเพราะว่าการที่เรานั้นทาครีมก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าหากว่าเราต้องการที่จะใช้ครีมทาผิวแบบกันแดดนั้นเราแนะนำว่าควรหาซื้อที่เหมาะแก่ลูกน้อยเราอย่างมาก

และพยายามที่จะไม่พาลูกน้อยเรานั้นไปตากแดดตากลมเพื่อให้ลูกน้อยนั้นกลับมาเป็นกลากน้ำนม การที่เรานั้นพาลูกน้อยเรานั้นตากแดด ตากลมนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดกลากน้ำนมได้เหมือนกันและเมื่อเรานั้นอาบน้ำให้ลูกน้อยนั้นเราควรที่จะทาครีมให้กับลูกน้อยแต่เรานั้นต้องให้ลูกน้อยเรานั้นได้  หกเดือนก่อนที่จะเลือกซื้อครีมทาผิวให้ลูก จากนั้นเราก็พยายามให้ลูกน้อยเรานั้นเริ่มกินผัก กินผลไม้ จำพวก เช่น ฝักทอง แครอท และผลไม้

 

ขอขอบคุณ แทงหวยออนไลน์  ที่ให้การสนับสนุน

ข้อเสียของการนอนดึก

การนอนดึกมีผลเสียอย่างไร

การนอนดึกเป็นปัญหาที่ใครหลายคนต่างก็ต้องเคยเผชิญ ไม่ว่าผู้ใหญ่ วัยรุ่น และเด็ก ซึ่งการนอนดึกนั้นจะทำให้ร่างกายรู้อ่อนเพลีย เหนื่อยระหว่างวัน ปัญหาการนอนสำหรับบางคนนั้นยังคิดว่าเป็นปัญหาไม่ใหญ่มาก แค่เหนื่อยหรือง่วงระหว่างของวันถัดไปก็เท่านั้น ทนเอาได้ แต่รู้หรือไม่ว่าการนอนดึกนั้นส่งผลกระทบทางด้านลบให้กับสุขภาพของคุณเป็นอย่างมาก และยังทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆได้อีกด้วยอย่างเช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน เป็นต้น

แต่ในสำหรับบางคนก็คงจะอาจหลีกเลี่ยงการนอนดึกไม่ได้ เพราะในบางอาชีพก็จะต้องทำงานในกะกลางคืนหรือไม่ก็ต้องหอบงานกลับมาทำที่บ้านให้เสร็จ

แต่แน่นอนว่าก็ควรพักผ่อนให้ได้นานที่สุด ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาที่ตามมาภายหลัง และก่อนที่จะต้องพบเจอกับปัญหาเหล่านั้น เราจึงต้องรีบเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนให้เหมาะสม สาเหตุหลักๆของการนอนดึกคือสภาพแวดล้อมตอนนอนไม่เหมาะสม บริเวณอาจจะมีเสียงดังกวนใจ , การเปลี่ยนแปลงตารางเวลานอน มักจะเกิดขึ้นกับวัยรุ่นและวัยทำงานเป็นเสียส่วนใหญ่ ที่ต้องทำงานหรือทำงานจนถึงดึก , การเจ็ตแล็ก เป็นอาการที่เกิดขึ้นสำหรับคนที่เดินทางข้ามประเทศที่มีโซนเวลาแตกต่างกัน , การทานยาและแอลกอฮอล์ ยาบางชนิดมีฤทธิ์ทำให้ง่วงหลายคนจึงทานมันเพื่อจะทำให้ตัวเองนอนหลับ

แต่ถ้าหากทานบ่อยครั้งร่างกายจะคุ้นชินและส่งผลเสียอย่างแน่นอน และแอลกอฮอล์ ถ้าหากดื่มในช่วงเวลาที่ใกล้จะเข้านอนแล้วนั้น อาจจะส่งผลทำให้ไม่รู้สึกง่วง จนต้องนอนดึก

การนอนดึกยังก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพและการเจ็บป่วยต่างๆอีกด้วย จะมีผลเสียอะไรบ้างที่สาเหตุมาจากการนอนดึก มีดังนี้

สุขภาพจิต แน่นอนว่าการนอนดึกนั้นส่งผลต่ออารมณ์ของเราหลังตื่นนอนและระหว่างวันได้ เช่น คุณจะรู้สึกจิตตก จะมีความคิดในด้านลบ คิดมาก นั้นเป็นเพราะคุณนอนดึกหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายไม่ได้ถูกพักผ่อนอย่างเต็มที่

โรคอ้วน ได้มีงานวิจัยศึกษาออกมาว่า การนอนดึก นั้นส่งผลทำให้อ้วน และโรคอ้วนได้ ในทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้หญิงจะมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย ผู้หญิงจะเกิดภาวะลงพุงได้ง่ายกว่าผู้ชาย ไขมันจะถูกนำไปสะสมไว้ที่เอวจนอ้วนลงพุง

โรคเบาหวาน อินซูลินเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย เพื่อที่จะดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด แต่ถ้าหากเรานอนดึกร่างของเรานั้นจะหยุดการผลิตเพื่อหลั่งอินซูลินออกมา นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงและเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน

โรคหัวใจ ได้มีงานวิจัยทำการศึกษาออกมาว่า การดึกที่นอนหลังเที่ยงคืน อาจจะทำให้เกิดภาวะของเส้นเลือดแข็ง หากเปรียบเทียบกับผู้ที่นอนก่อนเที่ยงแล้ว การนอนหลังเที่ยงคืนนั้นมีความเสี่ยงมากกว่าที่เกิดภาวะเส้นเลือดแข็ง แต่ก็ยังสรุปไม่ได้อย่างชัดเจนว่าการนอนดึกจะก่อให้เกิดโรคหัวใจ เพราะในกลุ่มคนที่นอนดึกแล้วเป็นโรคหัวใจนั้นมักมีปัจจัยอื่นเข้ามาร่วมด้วยอย่าง การดื่มแอลกอฮอล์ลากเกินไป หรือ การสูบบุหรี่หนัก เป็นต้น

 

 

สนับสนุนโดย ชุดตรวจ hiv

ไมเกรน กับการหลบเลี่ยงปัจจัยการกระตุ้น

เหตุที่กระตุ้นการเกิดไมเกรน

1. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ตอนมีรอบเดือน ระหว่างตั้งท้อง ตอนหมดรอบเดือน หรือการกินยาคุมกำเนิด

2. ของกินบางประเภท ดังเช่น ชีส ไวน์ ช็อคโกแล็ต น้ำตาลเทียม ผงชูรส ชา และกาแฟ

3. การกระตุ้นทางประสาทสัมผัส เช่น แสงสว่าง เสียงดัง กลิ่นเหม็น กลิ่นยาสูบ

4. แบบอย่างการนอนที่เปลี่ยนไป ดังเช่นว่า นอนดึกดื่น นอนหลับพักผ่อนน้อยจนเกินไป หรือนอนมากเกินความจำเป็น

5. สภาพแวดล้อม ดังเช่น อากาศร้อน ฝุ่น ควัน

6. ยาบางประเภท

การดูแลตัวเองสำหรับคนไข้ไมเกรน
– ดูแล้วก็เลี่ยงแรงกระตุ้น ที่ส่งผลให้เกิดลักษณะของการปวดหัว

– นอนพักให้เพียงพอ แล้วก็ตรงเวลาในทุกๆ วัน

– บริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่หักโหมจนกระทั่งเหลือเกิน

– งดเว้นดูดบุหรี่ เนื่องด้วยการสูบยาสูบจะเพิ่มการเสี่ยงจากโรคเส้นโลหิตสมองตีบ

– งดเว้นเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ตัวอย่างเช่น กาแฟ, ชา, น้ำอัดลม, เครื่องดื่มเสริมพลังงาน ฯลฯ

– ในคนที่มีความสำคัญจำเป็นต้องกินยาคุมกำเนิด จำต้องขอคำแนะนำหมอก่อนเสมอ

– หากลักษณะของการปวดหัวร้ายแรงเพิ่มมากขึ้น หรือมีลักษณะเปลี่ยนไป ควรจะหารือหมอโดยทันที

ปัญหานอนไม่หลับ ลองปรับพฤติกรรม

การนอนไม่หลับทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง
1. ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง
2. การอดนอนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุโดยรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น
3. โอกาสที่จะขาดงานเพิ่มขึ้น เพราะปัญหาด้านสุขภาพ
4. ปวดศรีษะ อ่อนเพลีย เฉี่อยชา รู้สึกไม่สดชื่น หงุดหงิดและขาดสมาธิ
เหตุผลส่วนใหญ่ของการนอนไม่หลับก็จะเกิดขึ้นเพราะอารมณ์และความเครียดที่สะสม สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยที่มีผลกระทบจาก แสง เสียง กลิ่น อาการเจ็บป่วย รวมถึงหน้าที่การทำงานเป็นกะ ระหว่างกลางวันและกลางคืน ซึ่งหากมีอาการนอนไม่หลับมากกว่า 1 สัปดาห์ ควรมาปรึกษาแพทย์ไม่ควรปล่อยไว้

การปรับให้มีพฤติกรรมที่ส่งเสริมการนอน  เช่น

1. เข้านอนให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน

2. ควรลุกจากเตียงทันทีเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า

3. จัดห้องนอนให้มืด เงียบ มีอากาศถ่ายเทสะดวก ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับความต้องการ

4. ไม่ควรทำงาน ดูโทรทัศน์ หรืออ่านหนังสือบนเตียงนอน

5. ไม่ควรงีบหลับในตอนกลางวัน หรือนอนมากเกินไปในช่วงกลางวัน จะส่งผลให้นอนไม่หลับในตอนกลางคืน

6. ไม่ควรรับประทานอาหารมื้อเย็นครั้งละมากๆ เพราะจะทำให้แน่นท้อง หลับไม่สบาย

7. หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำมากๆ ในช่วงเวลาใกล้จะเข้านอน เพราะจะทำให้ต้องลุกเข้าห้องน้ำในตอนดึกได้

8. อาบน้ำอุ่นๆ ช่วงก่อนเข้านอน จะทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย หลับได้ง่ายขึ้น

ดูแลร่างกายด้วยการ ทานไข่วันละฟอง

ทำไมต้องทานไข่วันละฟอง ?
เพราะไข่ไก่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ สารอาหารต่างๆ ที่ช่วยทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงขึ้น ลดการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคหัวใจ และคอลเรสเตอรอล อย่างไรก็ตามวันนี้ เราลองมาดูกันหน่อยว่า ไข่ นั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง

1. เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกาย เพราะในไข่มีโปรตีนในปริมาณที่สูง ที่ทุกคนทราบกันดี คือ โปรตีนมีส่วนช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ ในผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อโดยเฉพาะผู้ที่กำลังเพาะกล้าม จึงนิยมทานกัน อีกทั้งโปรตีนยังช่วยรักษากล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ยืดหยุ่น และทนทาน

2. ทำให้กระดูกแข็งแรง เป็นที่เข้าใจกันว่าแคลเซียมนั้นมีส่วนช่วยในสร้างกระดูก แต่วิตามินดีก็มีส่วนช่วยในการรักษากระดูกเช่นกัน ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินขึ้นมาเองได้ อีกทั้งในธรรมชาติของอาหาร ก็ไม่มีวิตามินดีมากนัก แต่ไข่ที่เราทานกันนี่แหละเป็นหนึ่งสิ่งที่มีวิตามินดีอยู่

3. โคลีนเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพของสมอง โคลีนในไข่มีส่วนช่วยในการพัฒนาสมอง หากในผู้ที่ตั้งครรภ์อยู่รับประทานไข่ สารโคลีนที่อยู่ในไข่ก็จะมีส่วนช่วยในการสร้างสมองตั้งแต่เราอยู่ในท้องของมารดา ไปจนแก่ชรา การกินไข่วันละฟอง จะสามารถช่วยให้มีความทรงจำที่ดีขึ้นได้

4. ช่วยเสริมสร้างสมดุลให้กับร่างกาย ไข่ปรับสมดุลสารอาหารที่ร่างกายได้รับ เพราะไข่ไก่สามารถช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลที่ไม่ดี เช่น LDL ที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และไข่ยังมีคอลเรสเตอรอลที่ดี ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ปกป้องหัวใจ มีวิตามินที่ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับสายตา ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ป้องกันมะเร็งบางชนิด อีกทั้งในหมู่คนลดน้ำหนักจะนิยมทาน เพราะช่วยลดน้ำหนัก และทำให้ร่างกายแข็งแรง และมีพัฒนาการที่ดี

5. เป็นอาหารที่กินแล้วอิ่มท้อง ทำให้ไม่ต้องกินอาหารเกินความจำเป็นของร่างกาย ร่างกายจึงได้รับแคลลอรี่ส่วนเกินลดลง

6. ทำให้ดูเด็กลง ในไข่มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น วิตามินเอ ลูทีน และซีแซมทีน เมื่อวิตามินเอในไข่ ทำงานร่วมกับลูทีน และซีแซมทีนแล้ว จะสามารถช่วยป้องกันการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อได้ รวมถึงป้องกันการเกิดต้อกระจกด้วย

แนะนำเลยว่า นอกจากไข่ไก่จะเป็นอาหารที่ดีต่อทุกวัยแล้ว ในผู้สูงอายุก็แนะนำให้รับประทานไข่ไก่วันละ 1 ฟองเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

ไม่กินเค็ม ก็เป็นโรคไตได้

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคไต คือ อาการที่เกิดขึ้นบริเวณไต โดยมีความผิดปกติเกิดขึ้นจากการทำงานของไตในการขับของเสียออกจากร่างกาย และอีกหนึ่งหน้าที่ของไตคือการรักษาความสมดุลของเกลือและน้ำในร่างกาย หากไตเกิดการทำงานผิดปกติ นอกจากการขับของเสียในร่างกายและ การรักษาสมดุลของน้ำและเกลือในร่างกายก็จะเกิดภาวะขัดข้องไปด้วย ทั้งนี้ยังส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆ ขึ้นกับไตอีก ซึ่งมีอยู่หลายประเภทด้วยกัน ได้แก่ ไตวายฉับพลัน ไตวายเรื้อรังที่อาจเกิดขึ้นจากโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไตอักเสบ การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะที่เป็นบ่อยๆ โรคถุงน้ำที่ไต ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยครั้ง หรือเกิดจากการอุดตัน เช่น นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมากโต หรือมะเร็งมดลูกกดเบียดท่อไต เป็นต้น โดยโรคถุงน้ำที่ไตสามารถสืบต่อกันได้ทางกรรมพันธุ์

ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง อาการระยะแรกของผู้เริ่มป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังจะแสดงอาการไม่ชัดเจน  แต่จะเริ่มมีอาการเมื่อป่วยในระยะที่ป่วยหนัก หรือระดับการป่วยมากแล้ว ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์จึงพบว่า มีอาการไตเรื้อรังระยะที่รุนแรงแล้ว ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยและเป็นสัญญาณแจ้งเตือน คือ มีอาการปัสสาวะผิดปกติ อาจมีปัสสาวะมากหรือน้อยไปจนถึงไม่มีปัสสาวะเลย โดยปัสสาวะอาจขุ่นหรือใสเหมือนน้ำ มีสีเข้ม เป็นฟอง บางครั้งอาจมีเลือดปน หรือมีกลิ่นผิดปกติ ขึ้นอยู่กับว่าสาเหตุของโรคคืออะไร ทั้งนี้นอกจากอาการที่กล่าวมา อาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย รู้สึกเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ตัวบวม ตัวซีด เนื่องจากการทำงานของไตผิดปกติจะไม่สามารถขับน้ำออกได้โดยมักเริ่มที่เท้าและรอบดวงตา เมื่อเป็นมากขึ้นอาจทำให้เกิดอาการของไตวายจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้

ดังนั้น ความจำเป็นในการตรวจสุขภาพประจำปีจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งการตรวจเลือดดูการทำงานของไต และการตรวจปัสสาวะเพื่อดูปริมาณไข่ขาวรั่ว และหรือเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดงในทางเดินปัสสาวะ ทุกโรคที่กล่าวมานี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการตรวจ โดยเฉพาะในประชากรกลุ่มเสี่ยง อาทิเช่น อายุมากกว่า 60 ปี มีประวัติโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะบ่อยครั้ง โรคภูมิคุ้มกันแพ้ภัยตัวเอง เช่น โรคลูปัส (SLE) โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น หรือรับประทานยาที่อาจส่งผลการทำงานของไต อาทิเช่น กลุ่มยาแก้ปวดชนิด NSAIDs ทานยาสมุนไพร หรือได้รับยาบำบัดทางเคมีบำบัดที่มีผลต่อไต

แพทย์หญิงวรรณิยา มีนุ่น อายุรแพทย์โรคไต กลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี แนะนำพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำร้ายไต ดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงการทานอาหารรสจัด ไม่ใช่แค่รสเค็มจัด แต่รวมไปถึง อาหารหวานจัด เผ็ดจัด หรือแม้กระทั่งมันจัด เนื่องจากอาหารรสจัดทำให้ไตทำงานหนักขึ้นจึงมีส่วนทำให้เป็นโรคไต
  2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ 6-8 แก้วต่อวัน งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  4. พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ทำงานหนักจนเกินไป ไม่เครียด
  5. ลดการทานอาหารสำเร็จรูป เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวกล่องในร้านสะดวกซื้อ อาหารกระป๋อง เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณมากโดยไม่รู้ตัว
  6. รับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและมีอนามัยที่ดีอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามหากพบอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป