Archive มิถุนายน 2020

การกินนั้นสำคัญที่สุดต่อคนเราเราจึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

สำหรับการกินนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดอาหารหลากหลายที่เรากินเข้าไปนั้นเราก็ไม่รู้ว่าในแต่วันนั้นเราได้รับสารพิษอะไรเข้าไปในร่างกายเราบ้างและของที่นำมาประกอบอาหารเราจะรู้ได้อย่างไรว่าของชนิดนั้นกินได้หรือไม่ได้และผักชนิดไหนกินได้และผักชนิดไหนกินมากก็ไม่ดี ดังนั้นเรามาเรียนรู้เรื่องผักกันเลย

ผักที่ไม่ควรกินดิบเป็นอัดตราเสี่ยง  เช่น ผักกระหล่ำปลีหากเรานั้นกินผักกระหล่ำปลีในปริมาณมากสารสารออกซาเลตในกระหล่ำปลีจะไปจับกับแคลเซียมที่กรวยไตหากมีสารเหล่านี้ที่กรวยไตมากๆก็อาจจะก่อให้เกิดเสี่ยงต่อโรคนิ่วในไตได้อีกทั้งในกระหล่ำปลีนั้นยังมีน้ำตาลชนิดหนึ่งหากใครที่มีระบบต่อการย่อยก็ไม่สามารถย่อยระบบน้ำตาลชนิดนี้ได้จะส่งผลต่อการท้องอืดแน่ท้องและยังมีสารที่ยักยันต่อไทรอยด์ดังนั้นควรบริโภคกระหล่ำปลีปรับปรุงสุขจะดีต่อสุขภาพ

ดอกกระหล่ำ   พืชชนิดหัวอีกอย่างที่เรานั้นต้องระวังหากคุณนั้นจะกินแบบดิบๆเพราะดอกกระหล่ำก็มีน้ำตาลชนิดเดียวกันกับผักกระหล่ำปลีดังนั้นหากคุณไม่อยากมีอาการท้องอืดก็ควรนำดอกกระหล่ำไปปรุงให้สุขก่อนที่คุณนั้นจะรับประทาน

บล็อดโคลี่   ผักบล็อกโคลี่เป็นผักตระกูลเดียวกันกับผักกระหล่ำปลีและดอกกระหล่ำซึ่งจะมีน้ำตาลที่ต้องถูกย่อยด้วยความร้อนก่อนจึงจะไม่ก่อให้เกิดอาการท้องอืดและในผักบล็อกโคลี่ดิบก็ยังมีฮอร์โมนบางชนิดที่เป็นตัวกระตุ้นเสี่ยงต่อโรคไทรอยด์แต่ฮอร์โมนชนิดนี้จะถูกย่อยไปเมื่อถูกความร้อนดังนั้นผักบล็อกโคลี่หากกินดิบๆมากๆอาจก่อให้เสี่ยงเกิดโรคได้

สำหรับถั่วฝักยาว   ถั่วฝักยาวดิบนั้นจะมีไกลโคโปรตีนและแลคตินที่สูงซึ่งสารเหล่านี้จะมีส่วนของในอาการคลื่นไส้ท้องเสียได้หลังเวลาที่เรานั้นรับประทานกินถั่วที่ดิบๆซึ่งทางองค์การอาหารและยายังออกมาเตือนว่าไม่ใช่แค่ถั่วฝักยาวเท่านั้นที่กินดิบๆแล้วให้โทษถั่วแดงและถั่วดำก้ไม่ควรกินดิบเช้นกันไม่อย่างนั้นก็อาจจะทำให้เรานั้นไม่สบายท้องก็ได้

ถั่วงอก   ถั่วงอกนั้นซึ่งจะมีสารโซเดียมไฮโดรซัลไฟต์ซึ่งจะเป็นสารฟอกขาวที่เหล่าพ่อค้าแม่ค้ามักจะนำมาฟองสีให้ถั่วงอกนั้นให้มีสีขาวน่ารับประทานอีกทั้งยังเป็นสารที่รักษาความสดของถั่วงอกนั้นให้เก็บเอาไว้ขายได้นานหากซึ่งใครนั้นที่เป็นคนแพ้สารโซเดียมไฮโดรซัลไฟต์หรือหากว่ากินถั่วงอกในปริมาณมากทางด้านศูนย์ข้อมูลพิษวิทยาก็ยังบอกอีกว่าหากเรารับประทานมากๆอาจจะทำให้คลื่นไส้หายใจขัดความดันต่ำและทำให้ปวดท้องได้แล้วถ้าหากว่าเรานั้นได้นำไปปรุงสุขแล้วก็อาจจะทำร้ายสารฟอกขาวนั้นได้และจะไม่ก่อให้เกิดอัดตราเสี่ยง

 

 

ขอขอบคุณ  แทงหวยลาว

ลดน้ำหนักให้เหมาะกับกรุ๊ปเลือด A ทำกันอย่างไรนะ 

บางคนอยากลดน้ำหนักแต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม กินก็น้อย ออกกำลังกายก็เยอะ นอนก็เพียงพอ น้ำก็ดื่มตลอดทั้งวัน แล้ว ทำไมกันนะ ลดน้ำหนักยังไง ก็ไม่ลงสักที… เพราะจริงๆแล้ว มีนักวิจัยที่ได้ทำการวิจัยออกมาว่าการกินของคนแต่ละกรุ๊ปเลือด มีผลต่อการลดน้ำหนัก ควบคุมน้ำหนัก และเพิ่มน้ำหนัก 

ซึ่งวันนี้เองเราจะมาบอกเคล็ดลับเกี่ยวกับการลดน้ำหนักให้เหมาะกับกรุ๊ปเลือด A โดยเฉพาะ มาดูกันว่า คนที่มีกรุ๊ปเลือดนี้เค้าควรจะทำกันอย่างไรดี

กรุ๊ปเลือด A ควรจะเป็นนักกินผักและผลไม้ หรือ นั้นก็คือ การกินมังสวิรัติ หรือ Vegan นั้นเอง

เพราะคนกรุ๊ปเลือดนี้ ส่วนใหญ่จะมีกรดในกระเพาะต่ำ ทำให้ระบบการย่อยไม่ค่อยดีเท่าไร และระบบภูมิคุ้มกันก็ไม่ค่อยดีเช่นกัน มีโอกาสป่วยและเป็นโรคต่างๆ ได้ง่าย อาทิ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง ดั้งนั้นการกินมังสวิรัติ นั้นเหมาะที่สุดแล้ว

อาหารที่เหมาะกับคนกรุ๊ปเลือด A

ควรเน้นผักและผลไม้ ในทุกๆวันและกินปลาหรืออาหารทะเล 4-5 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อเสริมโปรตีน แทนเนื้อสัตว์ จำนพวก เนื้อ หมู ไก่  อาจจะกินได้บ้างเพียง 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ และควรเลือกกินน้ำเต้าหู้ หรือ นมถั่วเหลือง แทนนมวัว เพราะจะทำให้ระบบการย่อยยิ่งย่อยยาก แต่ชาวกรุ๊ปเลือก A สามารถ กินถั่วต่างๆได้ อาทิ เช่น ถั่วเหลือง เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ได้ 4-5 ครั้ง/สัปดาห์และยังสามารถกินข้าวกล้อง หรือ ซีเรียล ธัญพืชต่างๆได้ 1-2 ครั้ง/ สัปดาห์ 

ส่วนผักสดและสุก กินได้เลย โดยเฉพาะหอมหัวใหญ่และบร๊อคโคลี เพราะกินแล้วดี เพราะมีสารแอนติออกซิเดนท์สูง และผลไม้ต่างๆ อย่าง แอปเปิ้ล แก้วมังกร ชมพู ฝรั่ง ก็สามารถ กินได้ ผลไม้ที่ควรเลี่ยง คือ กล้วย แตงโม มะละกอ ส้ม เพราะทำให้ย่อยยากและสามารถ ดื่มชาสมุนไพรต่างๆ หรือ กาแฟดำเพื่อไปเพิ่มกรดและช่วยให้ร่างกายย่อยได้ดีขึ้นได้ ควรงดเครื่องดื่มจำพวกเบียร์และน้ำอัดลม ส่วนไวน์แดงยังดื่มได้

ชาวกรุ๊ปเลือด A น่าจะได้ความรู้มากขึ้นว่าตัวเองนั้นสามารถกินอะไรแล้วจะช่วยส่งผลให้ลดน้ำหนักได้ง่ายและเร็วขึ้นแล้วนะ เพราะการลดน้ำหนักที่ดีก็ควรรู้ว่าตัวเรานั้นกินอาหารอะไรแล้วจะดีหรือจะมีผลเสียกับร่างกายตัวเองอย่างไร 

และนี่เองก็เป็นเหตุผลที่ชาวกรุ๊ปเลือก A ถ้าคิดจะลดน้ำหนักแล้ว ควรเลี่ยงเนื้อสัตว์จำพวกที่ย่อยยากสำหรับร่างกายในการที่จะเพิ่มโปรตีน คุณควรมองเป็นเนื้อปลา หรือ เต้าหูเพื่อเพิ่มโปรตีนให้ระหว่างที่ลดน้ำหนัก และเน้นกินผักและผลไม้ มากกว่ากินอาหารจำพวก คาร์โบไฮเดรตนะ!

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 950

รู้จักกันไหม….โรคหลงตัวเอง

          ไม่น่าเชื่อว่าอาการที่ยกย่องตัวเองอาการที่เห็นตัวเองเป็นศูนย์รวมของจักรวาล  ต้องการให้คนเอาใจ ต้องการคำยกย่องเชิดชูจากทุกคนรอบตัว หมกมุ่นกับภาพลักษณ์ของตัวเอง ทั้งรูปร่างหน้าตา ความสำเร็จ ความร่ำรวยว่าต้องการเหนือกว่าคนอื่น อาการแบบนี้คือโรคหลงตัวเอง หลายคนอาจจะบอกว่าอาการแบบนี้ใครๆก็เป็น เพราะใครๆก็อยากดีอย่างเด่นกว่าคนอื่นอยู่แล้ว ซึ่งมันความคิดปกติของมนุษย์ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าสำหรับคนที่เป็นโรคหลงตัวเอง พวกเขาจะมีอาการดังกล่าวรุนแรงมากกว่าคนปกติทั่วไป คนกลุ่มนี้จะไม่สามารถทนรับความอับอาย หรือทนให้ใครมาวิจารณ์ได้ สำหรับโรคหลงตัวเองนั้น ถือว่าเป็นโรคที่มีความผิดปกติในด้านบุคลิก เนื่องจากไม่ค่อยนับถือตัวเอง

ลักษณะของคนเป็นโรคหลงตัวเองจะแตกต่างจากคนดังนี้ 

– ต้องการให้เป็นที่ยอมรับของทุกคนและมักให้ตัวเองเป็นจุดสำคัญ

– มักเฝ้านึกถึงแต่เรื่องความสำเร็จ การมีชื่อเสียง มีอำนาจของตัวเองเท่านั้น

– จะไม่คบค้าสมาคมกับคนที่ชนชั้นต่ำกว่า มีความเย่อหยิ่ง จองหอง

– คิดว่าตัวเองเป็นที่ยอมรับและเป็นที่สนใจของสังคม จึงแสวงหาผลประโยชน์จากคนอื่นให้ตัวเองสำเร็จ

– ไม่มีความเห็นอกเห็นใจใคร มีแต่ความริษยา

          เราไม่สามรถหาสาเหตุได้ว่าโรคหลงตัวเองมีสาเหตุมาจากอะไร แนวทางของโรคจะมาทางเดียวกับคนที่มีปัญหาสุขภาพจิต หลักๆเลยสำหรับคนที่เป็นโรคนี้อาจมีสาเหตุมาจากการเลี่ยงดูตอนเป็นเด็ก สภาพแวดล้อม หรือโรคนี้อาจเกิดมาจากพันธุกรรม โดยเด็กที่ถูกตามใจตั้งแต่เด็กเอาใจทุกอย่างโตขึ้นมาอาจเป็นโรคนี้ได้เหมือนกัน สำหรับโรคนี้ นานๆถึงจะมีเป็น

          สำหรับการรักษาแพทย์จะดูอาการ โดยจะเป็นการรักษาด้วนการให้คำปรึกษาโดยนอกจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตแล้ว ยังต้องทานยาเพื่อให้อาการดีขึ้น

          การรักษาด้วยจิตบำบัดเป็นการรักษาระยะยาว โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญโดยตรงคอยให้คำปรึกษา คอยเป็นกำลังใจ ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าสังคมกับคนอื่นได้ โดยการรักษาด้วยวิธีนี้ จะต้องใช้เวลาหลายปี  รวมถึงจะต้องทานยาตามที่แพทย์สั่งควบคู่กันไปด้วยอีกวิธีจะเป็นการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ สำหรับวิธีนี้จะรักษากับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เช่น พวกที่มีอารมณ์เกรี้ยวกราด ซึ่งแพทย์ลองประมวลผลแล้วว่าถ้าผิดหวังอาจทำร้ายตัวเอง จึงต้องให้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล 

            สำหรับผู้ป่วยโรคหลงตัวเองนั้น หากไม่รีบรักษาอาจจะได้รับผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันได้ และหากต้องการจะป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้ ยังไม่พบยาตัวไหนสามารถป้องกันได้เพราะเป็นผลมาจากจิตใจ ทางที่ดีควรเปิดใจรับฟังทุกสิ่งทุกอย่าง พยายามทำตัวให้ผ่อนคลายและไม่เครียด 

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย