Archive มีนาคม 2020

สุขภาพดีจากการนอน

เห็นได้ชัดว่ายุคสมัยนี้ผู้คนได้เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ในตอนแรกอาจจะเป็นกระแสของการออกกำลังการสร้างกล้าม ที่เป็นนิยมกันเป็นอย่างมากทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ในเวลาต่อไปสิ่งที่หลายๆคนนั้นเร็งเห็นแล้วว่าเพียงแค่ให้สุขภาพดีและแข็งแรงก็เพียงพอแล้ว ที่ไม่ได้ทำแค่เพียงให้สุขภาพร่างกายที่อย่างเดียวเท่านั้น รวมไปถึงสภาพของจิตใจให้ดีได้ด้วยเช่นกัน เชื่อเลยว่าการมีสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจที่ดีนั้นจะทำให้เราสดใส มีพลังบวก ความคิดทางบวกเพิ่มมากขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นไหน การเสริมสร้างให้สุขภาพร่างกายและจิตใจให้ดียิ่งขึ้นนั้น

ก็มักจะมีสิ่งหนึ่งใครหลายๆคนชอบมองข้าม และลืมไปอย่างสนิทใจ นั้นก็คือ การนอนหลับพักผ่อน เพราะช่วงเวลาในการนอนนั้น เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการพักผ่อน ร่างกายต้องซ่อมแซมอวัยวะภายใน และกระตุ้นการทำงานของระบบส่วนต่างๆ เพื่อให้พร้อมใช้งานได้ในเช้าวันถัดไป

ซึ่งการนอนถือได้ว่าเป็นปัญหาสำหรับใครหลายคนอย่างมาก นั้นได้มีกลุ่มคนที่ได้ออกมาพูดถึงการดูแลรักษาสุขภาพว่า พวกเขานั้นทั้งออกกำลังกายอย่างปกติ ทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ไม่อด และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สารอาหารครบถ้วน แต่ก็ยังมีความรู้อ่อนเพลีย เหนื่อย มีความวิตก กังวล ปวดหัวอยู่บ่อยๆ และคิดมาก ซึ่งสาเหตุเหล่านี้นั้นบ่งบอกได้เลยว่าต่อให้เราจะปฏิบัติตามหลักของสุขภาพดีอย่าง การทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ถ้าหากขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ

ก็ถือว่าปฏิบัติไม่ครบสิ่งที่ร่างายควรจะได้รับ การที่คุณไปออกกำลังกายมาอย่างหนัก นั้นแปลว่าคุณจะต้องยิ่งนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะสิ่งสำคัญเลยของการออกกำลังกายคือ อวัยวะภายในอย่างกล้ามเนื้ออาจจะมีการฉีกขาด ในส่วนนี้ในช่วงที่คุณนอน ร่างกายจะทำการซ่อมแซมในส่วนนั้น ซึ่งเชื่อมโยงกับการรับประทานอาหาร เพราะการที่ร่างกายจะเข้าไปซ่อมแซมส่วนต่างๆจะต้องใช้สารอาหารเข้าไปช่วยแซม อย่างเช่น กล้ามเนื้อ สารอาหารของกล้ามคือ โปรตีน ร่างกายจะนำโปรตีนเข้าไปช่วยซ้อมแซมในส่วนนั้น เห็นแล้วใช่หรือไม่ว่า

การนอนนั้นก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้ไปกว่าการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายเลยทีเดียว ถ้าเราไม่นอนร่างกายก็จะไม่นำสารอาหารไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และร่างกายก็จะไม่ถูกซ่อมแซมอีกด้วย ซึ่งช่วงเวลาที่เราควรนอนนั้นคือ ก่อน 4 ทุ่ม หรือถ้าหากจำเป็นจริงๆก็ควรเกินเที่ยงคืน และระยะเวลาที่ควรได้รับการพักผ่อนอยู่ที่ประมาณ 6-8 ชั่วโมง ระยะเวลาการผ่อนนี้จะทำให้ร่างกายพร้อมใช้งานในวันถัดไป ทั้งสุขภาพร่างายและสุขภาพจิตใจ

 

สนับสนุนโดย  วิธีอยู่ร่วมกับคนติดเชื้อเอดส์

อันตรายไหม หากน้ำเข้าหู

             คุณเคยพบเจอกับอาการน้ำเข้าหูไหม เช่นไปว่ายน้ำแล้วน้ำเข้าหู หรืออาบน้ำจากฟักบัวที่บ้านก็ยังเจอปัญหาน้ำเข้าหู สำหรับอาการของน้ำเข้าหูคือ การที่น้ำเข้าไปอยู่ในรูหู แล้วทำให้หูของเรารู้สึกอื้อๆ ได้ยินเสียงไม่ชัดซึ่งจะเป็นการสร้างความรำคาญให้กับเราเป็นอย่างมาก เวลาจะเอาน้ำที่เข้าไปในหูออกจะทำด้วยการนำน้ำหยุดลงไปในหูเล็กน้อยหลังจากนั้นเอียงหูข้างที่มีน้ำข้างในลงรอสักพักน้ำข้างในหูก็จะไหลออกมา

         โดยปกติแล้วน้ำเข้าหูไม่ถือว่าเป็นอันตรายเพราะเราสามารถนำออกได้ทันที แต่หากเราปล่อยไว้แล้วน้ำไปรวมตัวกับขี้หูแล้วจับกันเป็นก้อนที่มีขนาดใหญ่ ขี้หูอาจจะไปบังรูในช่องหูจะมีผลต่อการได้ยินของเรา ทำให้เราได้ยินเสียงไม่ค่อยชัด และหากเกิดมีแรงกดดันภายในหู จะมีผลทำให้มีอาการปวดหูได้ และถ้าปวดหูแล้วยังไม่รีบรักษา จะกลายเป็นติดเชื้อในหู อาจส่งผลร้ายแรงต่อหูได้เช่นกัน ดังนั้นหากมีน้ำเข้าหูควรจะรีบเอาออก อย่าชะล่าใจเด็ดขาด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากน้ำเข้าหูในผู้ป่วยที่มีปัญหาในรูหูอยู่แล้ว ยิ่งต้องระวังมากเป็นพิเศษ วิธีการนำน้ำเข้าหูให้ไหลออกมาคือ

  1. เป็นการใช้หลักการแรงโน้มถ่วงของโลกโดยให้เอียงหูข้างที่น้ำเข้าหูลงให้ตรงมากที่สุด แล้วรอสักพักน้ำก็จะไหลออกมาเอง 
  2. ใช้น้ำยาหยอดหู สำหรับน้ำยาที่จะใช้มี 2 อย่างคือ ยาหยอดหูที่เป็นแอลกอฮอล์  โดยใช้หลักการระเหย แถมยังเป็นการป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียอีกด้วย เพียงแค่นำน้ำยามาหยดใส่ลงไปในรูหูประมาณสัก 3-4 หยุด ทิ้งไว้สักพักแล้วก็ตะแคงหูลงให้น้ำไหลออกมาเอง กับอีกแบบคือหยดด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์  อันนี้จะช่วยเรื่องขี้หูที่มีค้างอยู่ในหูให้ไหลตามออกมาได้อีกด้วย วิธีการก็คล้ายๆกันคือหยดไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ลงไปในรูหูสัก 3-4 หยดรอสักพักแล้วคอยตะแคงเอาน้ำออก ก็ใช้ได้แล้ว สำหรับน้ำยาหยดหูนี้สามารถหาซื้อได้ตามร้ายขายยาทั่วไปหรือจะไปซื้อที่โรงพยาบาลก็ได้  แต่มีข้อควรระวังเอาไว้คือ กลุ่มคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคในช่องหู ไม่ควรจะใช้พวกน้ำยาหยอดหู ที่สำคัญอย่าเอาสำลีพันไม้มาแคะหูเด็ดขาด จะยิ่งทำให้หูเกิดการเป็นแผลและเกิดการอักเสบได้ สำหรับคนที่มีปัญหาในช่องหูอยู่แล้ว ควรไปพบแพทย์ให้รักษาให้

 

ขอบคุณ  เครื่องช่วยฟัง  ที่ให้นำเสนอเรื่องราวดีๆเหล่านี้